ติดตั้งระบบ Fire Alarm
รับออกแบบ ติดตั้ง ตรวจเช็คการใช้งานของระบบ Fire Alarm พร้อมซ่อมแซมบำรุงรักษา กับ RRT Electronic วิศวกรผู้เชี่ยวชาญกว่า 20 ปีสนใจปรึกษาหรืออยากให้เราไปสำรวจหน้างาน โทรเลย!!
ระบบ Fire Alarm คืออะไร
Fire Alarm หรือ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ จะทำงานเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น อุปกรณ์ของระบบนี้จะตรวจจับความร้อน ควันไฟ หรือเปลวไฟ เมื่อความร้อนถึงจุดที่กำหนด อุปกรณ์จะส่งสัญญาณไปที่ตู้ควบคุมระบบ Fire Alarm หลังจากนั้นอุปกรณ์เตือนภัยจะดังขึ้นมาเพื่อแจ้งเตือนให้กับผู้ที่อยู่ในอาคารหรือบริเวณนั้นทราบทันทีว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น
การติดตั้งระบบ Fire Alarm นี้สามารถแจ้งเตือนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ช่วยลดความรุนแรงของเหตุเพลิงไหม้ สามารถอพยพและจัดการกับเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที จึงทำให้การติดตั้งระบบ Fire Alarm มีความสำคัญอย่างมากกับอาคาร โรงงาน ที่พักอาศัย ฯลฯ หากท่านใดสนใจติดตั้งระบบ Fire Alarm หรือตรวจสอบสภาพการใช้งานของระบบ สามารถปรึกษากับทางทีมงานวิศวกร RRT Electronic ได้ที่เบอร์ 083-916-3592 หรือแอด Line id: rumrual
บริการของ RRT Electronic
ออกแบบและติดตั้งระบบ Fire Alarm
ตรวจสอบสภาพการใช้งานของระบบ
ซ่อมแซมบำรุงรักษา
ติดตั้งระบบไฟอรามกับ RRT Electronic ดียังไง
รับประกันงานติดตั้ง
RRT Electronic รับประกันติดตั้งระบบ Fire Alarm พร้อมบริการตรวจเช็ครายปีตามเงื่อนไข
ทีมวิศวกรมืออาชีพ
ทีมงาน RRT Electronic เป็นวิศวกรที่ผ่านการอบรมเฉพาะด้าน ติดตั้งงานระบบตามมาตรฐานสากล
บริการครบวงจร
ครอบคลุมทั้งออกแบบ ติดตั้ง ตรวจสอบ บำรุงรักษา Fire Alarm รวมไปถึงบริการติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ Fire Pump และระบบสปริงเกอร์น้ำดับเพลิง
คลิปวีดีโอตรวจเช็คสัญญาณเตือนไฟไหม้
ติดตั้งสัญญาณเตือนไฟไหม้มีอุปกรณ์อะไรบ้าง?
1. อุปกรณ์ตรวจจับ (Detector)
เครื่องตรวจจับควัน (Smoke Detector)
ตัวอุปกรณ์ตรวจจับควันที่ติดไว้ที่เพดานของอาคารจะทำหน้าที่ตรวจจับควันที่ลอยในอากาศ เหมาะสำหรับติดตั้งระบบ Fire Alarm ในพื้นที่ปิดทั่วไป เช่น ห้องนอน, สำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารพักอาศัย เพราะสามารถตรวจจับควันได้รวดเร็วเมื่อเกิดการเผาไหม้แม้จะยังไม่มีเปลวไฟ
เครื่องตรวจจับความร้อน (Heat Detector)
สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว หรือเมื่ออุณหภูมิสูงเกินค่าที่กำหนด เหมาะกับสถานที่ที่อาจมีฝุ่น ควัน หรือไอน้ำรบกวน เช่น ห้องครัว, ห้องเครื่อง, โกดังเก็บของ เพราะช่วยลดปัญหาการตรวจจับควันไฟที่ผิดพลาดจากเครื่องตรวจจับควัน
เครื่องตรวจจับเปลวไฟ (Flame Detector)
ตรวจจับแสงจากเปลวไฟเชื้อเพลิงที่เป็นวัตถุไวไฟ เช่น ทินเนอร์ ก๊าซมีเทน เป็นต้น เหมาะกับสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงและต้องการการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เช่น โรงงานเคมี โรงกลั่นน้ำมัน หรือสถานีบริการน้ำมัน
2. อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้
อุปกรณ์ที่สามารถกดปุ่มแจ้งเหตุกรณีที่เห็นเพลิงไหม้ก่อนระบบอัตโนมัติจะตรวจจับ ซึ่งมี 2 แบบคือแบบกดและแบบดึง หลังจากกดปุ่มหรือดึงแล้วอุปกรณ์จะส่งสัญญาณกลับมายังตู้ควบคุม
3. ตู้ควบคุมระบบ Fire Alarm (Control Panel)
ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ตรวจจับ อุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ และอุปกรณ์เตือนภัย โดยจะรับและประมวลผลสัญญาณจากอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้หรืออุปกรณ์ตรวจจับแล้วส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์เตือนภัย
ข้อควรระวังคือต้องติดตั้งสายสัญญาณและทำสัญลักษณ์สำหรับติดตั้งระบบ Fire Alarm เพื่อให้แยกออกจากระบบไฟฟ้าอื่น ๆ และเพื่อให้ทำการบำรุงรักษาระบบได้อย่างถูกต้อง
4. อุปกรณ์เตือนภัย
อุปกรณ์ที่แจ้งเตือนในรูปแบบแสงกระพิบหรือเสียงที่เราเคยได้ยินกันบ่อย ๆ ตอนที่ทำการซ้อมหนีไฟ ทำหน้าที่แจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยรับสัญญาณจากตู้ควบคุม เพื่อให้ผู้ที่อยู่ภายในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ สามารถอพยพได้ทันท่วงทีและปลอดภัย ระบบอุปกรณ์เตือนภัยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ
- สัญญาณเตือนไฟไหม้แบบเสียง มีเสียงเตือนที่ดังชัดเจน เหมาะสำหรับติดตั้งระบบ Fire alarm ในพื้นที่ใช้งานทั่วไป เช่น อาคารสำนักงาน ห้องประชุม ห้องเรียน
- แบบแสง ใช้ไฟกระพริบหรือสัญญาณแสง เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีเสียงดัง เช่น โรงงานที่มีเครื่องจักรหรือบริเวณที่เสียงรบกวนมากจนไม่สามารถติดตั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้แบบเสียงได้
- แบบรวม เป็นอุปกรณ์ที่รวมทั้งเสียงและแสงไว้ในอุปกรณ์เดียวกัน เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งระบบ Fire Alarm เพื่อความแน่ใจในการแจ้งเตือน เช่น โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ที่มีทั้งคนทั่วไปและพนักงานปฏิบัติงานในโรงงาน เป็นต้น
ทำไมต้องตรวจเช็คและบำรุงรักษาระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้อยู่เป็นประจำ
ถึงแม้ว่าจะติดตั้งระบบ Fire Alarm ในอาคารอย่างถูกต้องและได้มาตรฐาน แต่อุปกรณ์ทุกชิ้นก็มีโอกาสเสื่อมสภาพหรือชำรุดจากการใช้งานได้ เช่น ฝุ่นละออง, ความชื้น, สัตว์รบกวน
RRT Electronic จะขอยกตัวอย่างอาคารแห่งหนึ่งที่เราได้ไปทำการตรวจเช็คระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ พบว่าอุปกรณ์ตรวจจับความร้อน (Heat Detector) ที่ติดตั้งไว้มานานหลายปีไม่ได้รับการดูแลหรือบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพแทบทั้งหมด อุปกรณ์ไม่สามารถแสดงสถานะเมื่อมีความร้อนเกิดขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงอย่างมาก เพราะหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นจริง จะทำให้เราไม่สามารถระบุได้ว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นตรงจุดไหนกันแน่ อาจจะทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม
“กรณีนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบ Fire Alarm เป็นประจำไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่คือการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินอย่างแท้จริง”
หากคุณไม่มั่นใจว่าสัญญาณเตือนไฟไหม้
ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่
โทรได้ที่ 083-916-3592 หรือแอดไลน์
ทีมวิศวกรของเราพร้อมเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ทันที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (FAQ)
Q: ตรวจเช็คสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ่อยแค่ไหน?
A: ควรตรวจเช็คการติดตั้งระบบ Fire Alarm อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยทีมวิศวกรหรือช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นทำงานได้อย่างสมบูรณ์
Q: ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้เชื่อมต่อกับระบบดับเพลิงอัตโนมัติได้ไหม?
A: ได้ ติดตั้งระบบ Fire Alarm สามารถเชื่อมต่อกับระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่น สปริงเกอร์หรือระบบดับเพลิงด้วยสารเคมี เมื่อมีสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับของระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบจะสั่งงานทั้งการแจ้งเตือนภัยและการเริ่มต้นดับเพลิงโดยอัตโนมัติ
อ่านข้อมูลเกี่ยวกับระบบดับเพลิงครบวงจรได้ที่